นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้เช่า บริษัท สยามจตุจักร จำกัด และบริษัทในเครือฯ
ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 

 

บริษัท สยามจตุจักร จำกัด (ต่อไปจะเรียกว่า “บริษัทฯหรือ “ของบริษัทฯ“) และบริษัทในเครือ  มีความมุ่งมั่นที่จะให้ความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องกับบุคคลธรรมดาทั้งที่ระบุตัวตนได้หรือสามารถระบุตัวตนได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล“) ที่ได้รับจากท่าน จึงจัดให้มีประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อลูกค้าบริษัทได้รับทราบถึงนโยบายของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา (“ท่าน”) ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 

โดยประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์ในการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก สิทธิของท่าน การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และวิธีการที่ท่านสามารถติดต่อบริษัท
นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีการแก้ไขปรับปรุงเป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคุ้มครองข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่บริษัทฯ ดำเนินการและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นระยะ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะแจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงที่สำคัญให้ท่านทราบผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือช่องทางอื่นๆ ที่สามารถให้ท่านเข้าถึงข้อมูลได้

1. ข้อมูลอะไรบ้างที่บริษัทฯ จัดเก็บ 

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม รักษาและใช้ข้อมูลประเภทต่าง ๆ ต่อไปนี้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งบริษัทฯ ได้รับไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมจากท่าน จากแหล่งข้อมูลอื่น หรือจากบริษัทในเครือ  บริษัทอื่น ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือจากการติดต่อสื่อสารระหว่างท่านกับบริษัทฯ ประเภทของข้อมูลที่จัดเก็บจะขึ้นอยู่กับการติดต่อสื่อสารระหว่างท่านกับบริษัทฯ  โดยตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯอาจเก็บรวบรวมมีดังต่อไปนี้  

1) ข้อมูลส่วนตัวเช่น คำนำหน้า ชื่อ-นามสกุล เพศ อายุ อาชีพ วันเดือนปีเกิด ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน ใบอนุญาตทำงาน) ลายมือชื่อ และ/หรือ ภาพถ่าย 

2) ข้อมูลติดต่อเช่น ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ของสถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล บัญชีผู้ใช้ไลน์ บัญชีเฟซบุ๊ค และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ 

3) ข้อมูลทางการเงินเช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร 

4) ข้อมูลการทำธุรกรรมเช่น ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น สัญญา ใบเสร็จ ฯ) 

5) ข้อมูลที่เกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธ์เช่น การเปิดบัญชีลูกค้า การบริหาร การดำเนินงาน การชำระเงิน การระงับข้อพิพาท
การประมวลผล และการรายงานต่าง ๆ ในนามของลูกค้า โดยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึง บันทึกการติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ 

หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นใดนอกจากท่านเองแก่บริษัทฯ (เช่น บุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หรือคู่กรณี) เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ความสัมพันธ์ และข้อมูลติดต่อ ท่านรับรองและรับประกันว่าท่านมีอำนาจในการกระทำเช่นนั้นโดย (1) การแจ้งให้บุคคลอื่นรายนั้นทราบถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และ (2) การได้รับความยินยอม (ตามที่กฎหมายกำหนดหรือจำเป็น) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้    

บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (“ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน”) เช่นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนตามที่ปรากฏในเอกสารราชการ (เช่น ข้อมูลศาสนาบนบัตรประจำตัวประชาชน)อย่างไรก็ดี ในกรณีที่บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวม บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนบนฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือต่อเมื่อกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ 

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลของบุคคลดังกล่าวเท่านั้น บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยไม่มีความยินยอมของผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือจากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและบุคคลไร้ความสามารถโดยไม่มีความยินยอมของผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัทฯ พบว่าบริษัทฯ ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยปราศจากความยินยอมจากผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด หรือของผู้ที่เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมจากผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาล โดยมิได้เจตนา บริษัทฯ จะลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว หรือจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเฉพาะที่บริษัทฯ สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นที่นอกเหนือจากความยินยอมได้ หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น 

2. ทำไมบริษัทฯ ถึงเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยและ/หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

2.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอม 

ในบางกรณี บริษัทอาจมีการขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุด และ/หรือ เพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

ก) มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (sensitive personal data) (เช่น ใช้ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน (ซึ่งในบัตรดังกล่าวจะมีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ได้แก่ ศาสนา และ/หรือ กรุ๊ปเลือดอยู่) ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของท่านก่อนการทำธุรกรรมและการดำเนินการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer)) 

ข) เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลใด ๆ ของท่านไปวิจัยและวิเคราะห์เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของท่านอย่างแท้จริงและ/หรือ ติดต่อท่านเพื่อเสนอการขาย บริการ และสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมแก่ท่านโดยเฉพาะ 

ค) ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (sensitive personal data) ของท่านไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ (เว้นแต่เป็นกรณีที่ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้ภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ หรือโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม) 

ง) กรณีท่านเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) (เว้นแต่เป็นกรณีที่ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม) 

) การดำเนินการอื่นที่บริษัทต้องได้รับความยินยอมของท่าน 

2.2 วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ อาจอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทฯ อาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญาหรือการเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ (3) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอก โดยได้สัดส่วนกับประโยชน์และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (5) ฐานประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ (6) เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่มีระหว่างบริษัทฯ โดยบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

1) เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯเช่น เพื่อเสนอให้เช่าพื้นที่ สินค้า และบริการ เพื่อสนับสนุนและดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับบริการหรือสินค้าดังกล่าว เพื่อส่งมอบของที่ระลึกและให้สิทธิประโยชน์ เพื่อขอรายละเอียดที่จำเป็น เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง เพื่อบริหารจัดการบัญชี และเพื่อดำเนินธุรกรรมทางการเงิน 

2) เพื่อลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเช่น เพื่อลงทะเบียน บันทึกและตรวจสอบข้อมูล พิสูจน์และยืนยันตัวตน 

3) เพื่อการติดต่อสื่อสารเช่น เพื่อใช้ในการติดต่อใด ๆ และจัดส่งข้อมูลข่าวสารให้ เพื่อการประชาสัมพันธ์และเชิญเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจัดกิจกรรม (เช่น กิจกรรม CSR งานแถลงข่าว งานแสดงและนิทรรศการต่าง ๆ) 

4) เพื่อการติดต่อสื่อสารด้านการตลาดเช่น การติดต่อสื่อสารด้านการตลาด การให้ข้อมูล ข้อเสนอพิเศษ เอกสารส่งเสริมการขาย
การตลาดทางโทรศัพท์ สิทธิพิเศษ การโฆษณา จดหมายข่าว การตลาดและการติดต่อสื่อสารอื่นใด ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เกี่ยวกับสินค้าและบริการจากบริษัทฯ บริษัทในเครือ ตลอดจนคู่ค้าทางธุรกิจที่เหมาะสม 

5) เพื่อดูแลจัดการความสัมพันธ์เช่น เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการให้บริการของบริษัทฯ เพื่อแก้ไขปัญหาตามเรื่องที่บริษัทฯ ได้รับการร้องเรียนมาและปรับปรุงการให้บริการ และเพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการให้บริการ 

6) เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการเช่น เพื่อทำการวิเคราะห์ ประเมินและจัดทำรายงานภายในบริษัทฯ และบริษัทในเครือ เพื่อดูแลการปฏิบัติการ ประสานงาน ติดตาม ตรวจสอบและควบคุมการดำเนินงานภายในกลุ่ม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายกฎระเบียบ และมาตรฐาน เพื่อตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ของการดำเนินงานภายใน เพื่อวางแผนและวางกลยุทธ์การดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และนโยบายองค์กร และเพื่อพัฒนาการประกอบกิจการ หรือต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ ต่อไป 

7) เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ แอปพลิเคชันมือถือ และแพลตฟอร์มเช่น เพื่อดูแล ดำเนินงาน ติดตาม สังเกตการณ์ และจัดการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกและรับรองให้มั่นใจว่าเว็บไซต์และแพลตฟอร์มทำงานอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม เพื่อปรับปรุงแผนงานและเนื้อหาของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มให้ดียิ่งขึ้น 

9) เพื่อบริหารจัดการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเช่น เพื่อการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบติดต่อสื่อสาร ระบบความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและการเข้าใช้งานระบบและการตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการภายในด้านธุรกิจตามข้อปฏิบัติภายใน นโยบายและกระบวนการต่าง ๆ และเพื่อแก้ไขและอัพเดตข้อมูลบนฐานข้อมูลต่าง ๆ 

10) เพื่อการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายและคำสั่งของหน่วยงานรัฐเช่น ในกรณีที่บริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ มีเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือ คำสั่ง หรือต้องให้ความร่วมมือดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กระบวนพิจารณา หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐภายนอกประเทศไทย และ/หรือ ให้ความร่วมมือกับศาล ผู้กำกับดูแล หน่วยงานรัฐ และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย โดยบริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่งของรัฐดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนภายใน หรือการป้องกันอาชญากรรมการฉ้อโกง และ/หรือ เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย 

11) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯเช่น เพื่อรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทในเครือ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อใช้สิทธิและปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ บริษัทในเครือ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เมื่อจำเป็นและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริตใด ๆ ข้อร้องเรียนเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือการละเมิดกฎหมาย เพื่อจัดการและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน เพื่อตรวจจับและป้องกันการกระทำผิดภายในสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ เพื่อดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ บริษัทในเครือ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อตรวจจับและป้องกันการประพฤติที่มิชอบภายในองค์กร เพื่อติดตามเฝ้าระวังเหตุการณ์ เพื่อป้องกันและรายงานความผิดทางอาญา และเพื่อปกป้องความมั่นคงและและความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ 

12) เพื่อการโอนในกรณีที่มีการโอนหรือควบรวมกิจการขององค์กรเช่น ในกรณีที่มีการขาย โอน ควบรวม ปรับโครงสร้างองค์กร
หรือเหตุการณ์อื่นใดในทำนองเดียวกัน บริษัทฯ อาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอกอื่น ๆ ไม่ว่าจะรายเดียวหรือหลายรายอันเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมนั้น 

13) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงเช่น เพื่อดำเนินการบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบการดําเนินงาน และการประเมินความเสี่ยง
และ/หรือ 

14) เพื่อรักษาความปลอดภัยเช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือทรัพย์สิน อาทิ เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด 

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญากับท่าน หากบริษัทฯ ไม่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ร้องขอ บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้นได้ 

3. บริษัทเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ใคร
บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอกต่อไปนี้ซึ่งจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ในนโยบายนี้ ทั้งนี้ บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ท่านสามารถเข้าดูนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกดังกล่าวเพื่อจะได้ทราบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไรเนื่องจากท่านจะอยู่ใต้บังคับนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย
3.1 บริษัท สยามจตุจักร จำกัด
ในฐานะที่ บริษัท สยามจตุจักร จำกัด และบริษัทในเครือฯ สามารถเข้าถึงหรือแบ่งปันข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ทั้งนี้ บริษัทในเครือฯ ของ บริษัท สยามจตุจักร จำกัด สามารถยึดถือตามความยินยอมที่ บริษัท สยามจตุจักร จำกัด ได้รับมาด้วยเช่นกัน
3.2 บุคคลภายนอกรายอื่น
บริษัทฯ อาจใช้บริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินธุรกิจแทนบริษัทฯ หรือช่วยบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับ ผู้ให้บริการของบริษัทฯ ผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcers) หรือผู้จัดหาที่เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง 
(1) ธนาคารและสถาบันการเงิน
(2) ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ 
(3) บริษัทประกันภัย
(4) ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริษัทที่ให้บริการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
(5) ผู้ให้บริการด้านงานเอกสารซึ่งเป็นบุคคลภายนอก
ในการให้บริการดังกล่าว ผู้ให้บริการอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะให้ข้อมูลแก่ผู้ให้บริการเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการในการให้บริการเท่านั้น และบริษัทฯ ได้ขอบุคคลดังกล่าวไม่ให้จัดเก็บ ใช้ เปิดเผย หรือโอน (ในประเทศหรือระหว่างประเทศ) ซึ่งข้อมูลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่น บริษัทฯ จะกำกับดูแลให้ผู้ให้บริการที่บริษัทฯ ทำงานด้วยเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้อย่างปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดไว้
3.3 หน่วยงานราชการ
ในบางกรณี บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามกฎระเบียบ ซึ่งหมายรวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกรายอื่นในกรณีที่บริษัทฯ เห็นว่าจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามกฎระเบียบ หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัทฯ สิทธิของบุคคลภายนอก หรือเพื่อความปลอดภัยส่วนตัวของบุคคลใด และเพื่อตรวจหา ป้องกัน หรือจัดการกับประเด็นด้านการฉ้อโกง ความมั่นคงปลอดภัย
3.4 ที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ปรึกษาของบริษัทฯ โดยอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (1) ที่ปรึกษาอิสระ ที่ปรึกษาโครงการ หรือที่ปรึกษาทางการเงิน (2) ที่ปรึกษากฎหมายซึ่งให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และให้บริการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้คดีหรือฟ้องร้องคดีและ/หรือ (3) ผู้สอบบัญชีซึ่งให้บริการด้านบัญชี หรือตรวจสอบบัญชีแก่บริษัทฯ 

3.5 ผู้รับโอนสิทธิ และ/หรือภาระหน้าที่
บุคคลภายนอกในฐานะผู้รับโอนสิทธิของบริษัทฯ ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการ การควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือการร่วมทุนในกิจการร่วมค้า โดยบุคคลดังกล่าวจะปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อให้คุ้มครองต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

3.6 บุคคลภายนอกอื่น ๆ 

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น บุคคลทั่วไป ผู้ร้องเรียนหรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เป็นต้น

4. ความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้รับโดยใช้แนวทางปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ซึ่งรวมถึงการขอเอกสารตัวจริงของท่านก่อนที่บริษัทฯ จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว เช่น เอกสารประจำตัว และ/หรือหลักฐานที่อยู่ ท่านจะต้องช่วยดูแลในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทฯ และแจ้งให้บริษัทฯ ทราบหากมีการแก้ไขปรับปรุงส่วนใดในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

5. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย 

เพื่อเป็นวิธีในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ เปิดเผย หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด 

6. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเพียงใด
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานเท่าที่จำเป็นเพื่อทำตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้ขอข้อมูลดังกล่าว และเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามกฎระเบียบของบริษัทฯ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ อาจต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นเวลานานขึ้นตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล
ภายใต้บังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้
7.1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิในการเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ กำลังเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยเกี่ยวกับตัวท่าน เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของท่านเองบริษัทฯ อาจกำหนดให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนจะให้ข้อมูลที่ขอมาแก่ท่าน
7.2) สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิจัดให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือไม่ได้ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันซึ่งเป็นข้อมูลบริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอน (ในประเทศหรือระหว่างประเทศ) เกี่ยวกับท่านให้ถูกต้อง
7.3) สิทธิในการขอข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อโอนข้อมูลนั้นไปให้องค์กรอื่น: ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มีอยู่เกี่ยวกับท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และส่งหรือโอนข้อมูลนั้นไปให้ผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นในกรณีที่ (ก) เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านจัดส่งให้บริษัทฯ (ข) หากบริษัทกำลังประมวลผลข้อมูลตามความยินยอมของท่าน หรือเพื่อดำเนินการตามสัญญาของบริษัทฯ ที่ทำกับท่าน
7.4) สิทธิในการคัดค้าน: ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่นคัดค้านการตลาดแบบขายตรง
7.5) สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูล: ท่านอาจมีสิทธิจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี
7.6) สิทธิในการขอถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้เคยให้ความยินยอมไว้ไม่ว่าในเวลาใดก็ตาม
7.7) สิทธิในการขอลบข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคล หรือลบการระบุตัวตนในข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือถ่ายโอน (ในประเทศหรือระหว่างประเทศ) เกี่ยวกับท่าน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องกระทำเช่นนั้นหากบริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเพื่อทำการฟ้องร้อง ใช้สิทธิฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีความ
7.8) สิทธิในการร้องเรียน: ท่านอาจมีสิทธิยื่นคำร้องต่อหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหากเห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

8. รายละเอียดสำหรับติดต่อบริษัทฯ
หากท่านมีความประสงค์จะติดต่อบริษัทฯ เพื่อใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของบริษัทฯ ได้ที่
a) ชื่อบริษัท:
บริษัท สยามจตุจักร จำกัด
เลขที่ 54 ซอยลาดพร้าว ซอย 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900
b) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล:
อีเมล์: center@unionmall.co.th
หมายเลขโทรศัพท์: 02-512-5000
หรือ เคาน์เตอร์ Hip’s Club ของศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์